Coffee Break เรื่องของคาเฟ่

Filed Under (Entertainment, Food, Interesting, Talks, passion) by ron on 21-03-2008

Ronakorn: Thai SEO, SEM, SMM, SMO Service. | Everything, Anything and Nothing


คำว่า ‘คาเฟ่’ หรือ Café นั้น เป็นคำที่มาจากภาษาสเปน แปลว่า Coffee เราดีๆนี่เองแหละครับ แต่ถึงตอนนี้ ใครๆทั่วโลกก็รู้กันแล้วว่า Café ย่อมหมายถึง Coffeehouse หรือร้านกาแฟกันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่จะสงสัยกันอยู่บ้างก็คือ แล้วไอ้เจ้าร้านกาแฟในแต่ละที่แต่ละถิ่นของโลกนี้น่ะ มันเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้างหรือ

ถ้าคุณไปอเมริกาหรืออังกฤษ คุณจะพบว่า คาเฟ่ที่นั่นมีลักษณะเหมือนร้านอาหารเล็กๆนี่แหละครับ แต่จะมีสไตล์แตกต่างกันไปมากมาย บางเจ้าก็จะเน้นไปที่การขายกาแฟ ชา และช็อกโกแลตร้อนหลากหลายแบบ โดยอาจจะมีแซนด์วิชหรือขนมอบแซมบ้าง แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้มากมายนัก (ดูตัวอย่าง Starbucks ก็ได้) แต่บางแห่งก็อาจจะมีอาหารขายเต็มเมนูไปเลยก็มี 

ร้านกาแฟของเมืองลุงแซมนั้นอาจจะขายหรือไม่ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ประกอบกันไปด้วยก็ได้ แต่ถ้าเป็นเมืองผู้ดีละก็ ร้านกาแฟจะไม่มีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขายเป็นเด็ดขาด (ยกเว้นในระยะหลังๆที่ลอนดอนชักเริ่มเพี้ยนๆ คุณก็จะเจอร้านประเภทนี้ได้ตามย่านโซโห!) เพราะในอังกฤษนี้ ถ้าคุณอยากดื่มละก็ ใครๆก็ไม่เข้าร้านกาแฟหรอกครับ แต่จะไปเข้าผับแทน

เรื่องนี้ไม่เหมือนฝรั่งเศสแน่ๆ เพราะถ้าเป็นร้านกาแฟในฝรั่งเศสละก็ คุณก้าวเข้าไปแล้วก็สามารถเมาได้เลย เพราะแทบทุกแห่งจะขายเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เป็นองค์ประกอบผสมผสานไปด้วย แต่อาจจะมีอาหารหรือไม่มีก็ได้ เว้นแต่ถ้าคุณเห็นร้านที่เขียนว่าเป็นบราสเซอรี่ (Brasserie) ก็รู้ไว้เลยครับว่าร้านแบบนี้มีอาหารแหงๆ แต่มักจะเนอาหารขายพร้อมไปกับกาแฟนะครับ แล้วอาหารก็มักจะเป็นแบบอาหารจานเดียว ไม่ได้เป็นภัตตาคารหรูหราอะไร ซึ่งจะว่าไปก็คล้ายๆกับบิสโทร (Bistro) ซึ่งจะพบได้เยอะในปารีส บิสโทรนั้นจะเป็นร้านกาแฟนี่แหละครับ แล้วก็ขายอาหารไม่แพง (เว้นแต่บิสโทรเก๋ๆดัดจริตหน่อยๆที่ตอนหลังก็เริ่มเกิดขึ้นเยอะ) เรียกว่าคล้ายๆกับบราสเซอรี่เหมือนกัน

อีกประเทศที่วัฒนธรรมกาแฟแบบยุโรปแพร่ไปถึงก็คือออสเตรเลีย เพราะชาวยุโรปอพยพไปอยู่ที่นั่นกันเยอะ ตามเมืองต่างๆ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ของออสเตรเลียจึงมีวัฒนธรรมกาแฟแพร่หลาย แต่มักจะเป็นวัฒนธรรมแบบสบายๆหน่อยน่ะครับ แล้วก็ไม่เคร่งครัด มักจะผสมผสาน อย่างเช่นมีคาเฟ่โอเลต์ให้เด็กๆกิน (เหมือนฝรั่งเศสที่ไม่สนใจหรอกว่าเด็กจะกินกาแฟหรือไวน์กันตั้งแต่กี่ขวบ!) แล้วก็มีมัฟฟินขายให้กินแกล้มกาแฟแบบเดียวกับคาเฟ่อเมริกัน 

อย่างไรก็ตาม โดยสรุปรวมแล้ว ร้านกาแฟมีอยู่สองแบบ แบบแรกก็คือร้านที่เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟและเครื่องดื่มร้อนจริงๆ กับอีกประเภทหนึ่งที่ไม่เชี่ยวชาญมาก แต่มีอาหารขายด้วย ซึ่งแบบหลังนี้จะเป็นคาเฟ่ในฝรั่งเศสเสียมาก

Related Posts

Post a comment