HANGOVER CLINIC วิธีการแก้แฮงจ์โอเวอร์ ง่ายนิดเดียว

Filed Under (Entertainment, Food, Health) by ron on 21-03-2008

Tagged Under : , , , , ,

ท่ามกลางกลิ่นอายแห่งฤดูกาลที่เปื้อนไปด้วยอารมณ์ของการเฉลิมฉลอง  ซึ่งเอาเถอะ ….  ผมเชื่อว่ายังไม่จางหายไปดีกันหรอกน่า

  งั้น ! ยังคงไม่สายเกินไปใช่ไหมล่ะ  ถ้าฉบับนี้อยากลองให้ขาดริ๊งค์อย่างพวกเรา  มาทำความรู้จักกับค๊อกเทลในตระกูลของ  แฮงจ์โอเวอร์ คลินิก  ของพวกฝรั่งมังค่าดูกันบ้าง  

เผื่อพลัดหลงเข้าไปอยู่ในสังคมของเขา  เราจะได้ไม่เป็นมึน ?

HANGOVER CLINIC  เป็นหนึ่งในตระกูลเครื่องดื่มที่ “ พี่ไทย .” เรามักจะไม่คุ้นกันสักเท่าไหร่นักหรอกครับ  เรื่องของเรื่องเวลาเมาได้ที่ก่อนนอน  เรายังหาอะไรร้อนๆซดให้ท้องไม่ว่างกันได้ 

แต่พวกคุณหรั่งเขาไม่มีนี่!   ไอ้ที่พอจะสวาปามได้อยู่บ้างก็ดูเหมือนว่ามันจะเอียนไปซะหมด   เลยต้องหันมาพึ่งค็อกเทลในตระกูล แฮงจ์โอเวอร์ คลินิก    กัน 

คือหาอะไรก็ได้ที่ผสมกันเข้าไปแล้ว   พอจะเป็นประโยชน์และทำให้แน่นท้องก่อนนอน เพื่อใม่เกิดอาการได้บ้าง  “เมาค้าง” ได้บ้าง ก็เท่านั้นแหละ

เอ้า ! ไหนๆได้พูดถึงเรื่องอาการเมาค้าง ( HANGOVER  อาการปวดศรีษะ  คลื่นเหียนที่ค้างมาจากการดื่มของมึนเมา ) ไปแล้ว   เว้าต่ออีกสักนิดได้ไหมล่ะ    ว่า ….. ถ้าจะแก้ให้มันได้เรื่องได้ราวกันจริงๆแล้วล่ะก้อ  จะต้องรู้ที่มาที่ไปเสียก่อนมันถึงแก้ได้ตรงจุด

จากสถิติเท่าที่ได้ไปศึกษาค้นคว้ามาเลยทำให้ผมรู้ว่า  อาการเมาค้างส่วนใหญ่จะเป็นผลมาจาก   การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและเร็วเกินไป   ต่างหากล่ะ   โดยเฉพาะไอ้ประเภท โหม้ด ….. เลยเพี่ยเอ้า ! .. โหม้ด …. โหม้ดลองอย่างนี้รายไหนก็รายนั้นนั่นแหละ ….  เชื่อขนมกินได้เล๊ย! …..

ก้อ …. ลองคุณเล่นกรึ๊บตาละกรึ๊บ ๆ ๆเข้าไป อย่างนั้น  ตับเติบ ! ที่ไหนมันจะเข้าไปย่อยแอลกอฮอล์ได้ทั้งหมดล่ะ ( ผมจำขี้ปากจากผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์สหรัฐเค้ามาอีกทีน่ะ  )    

อ้าวทีนี้ถ้าจะมาถามว่า  ก็แล้วไอ้ระดับแอลกอฮอล์ที่ว่าเหมาะสมกับแต่ละคนนั้น   จะรู้ได้ยังไงล่ะ  คืองี้ครับ  เอาเป็นว่าเมื่อคุณรู้สึกมึนก็ควรจะหยุดการดวดได้แล้ว  ( ตรวจสอบมันง่ายๆอย่างนี้นี่แหละ  รับรองใช้ได้ เชื่อผมเถอะ ) ไม่ใช่จ้ำเอา ๆ …    แบบไม่รู้จักบันยะบันยังพันนั้น เส้นโลหิตบริเวณสมองมันจะพาลโป่งพองเอาเสียหมดซะน่ะสิ   หนักหน่อยก็อาจไปเสียดสีกับระบบประสาทข้างเคียง   ทำให้เกิดอาการปวดหัวยังกับโลกแทบแตกยังไงยังงั้นเลย  

ดีไม่ดีจะไปถึงขนาดต้องอาเจียนออกมา  ที่แพทย์เขาว่าเป็นผลข้างเคียงมาจาก  การทำงานของไตที่ต้องขับปัสสาวะออกมามากขึ้น   ในขณะที่ตับก็ต้องทำหน้าที่เผาผลาญแอลกอฮอล์มากเกินไป  จนทำให้ระดับเลือดสูงขึ้น  ทีนี้เลยส่งผลกระทบรวนไปยังทุกระบบภายในร่างกาย  ให้วุ่นวายกันไปหมด  

และไอ้อาการปวดหัวอย่างหนัก   หรือไม่ก็พาลท้องเสียหรือเลยไปถึงรู้สึกไม่สบายกันไปเลย  สาเหตุก็มาจาก พรวด !..จ้ำพรวด ..จ้ำพรวดจ้ำพรวด   นี่แหละ

ดังนั้นถ้าจะมีใครมาถามว่า  แล้ววิธีการแก้ล่ะ ?  อะพิทโธ่อะพิทถังน้องนางบ้านนาเอ๋ย  ….ง่ายนิดเดียว  ขอบอก …. แค่รู้จักดื่มแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ อย่างพอประมาณ

 ยิ่งเป็นผู้หญิงไม่ควรดวดกันให้หนักนัก  เพราะร่างกายจะจัดการกับแอลกอฮอล์ได้ไม่เร็วเท่าผู้ชาย  รวมทั้งยังอาจต้องคำนึงถึงช่วงการมีรอบเดือนด้วย   เพราะมีเหมือนกันที่บางรายราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนการมีรอบเดือน  มักจะเกิดอาการปวดหัวตึ๊บ ๆ ๆ ขึ้นมาโดยตลอด  อย่างเนี้ยถ้าเผลอกรึ๊บเข้าไปด้วย  ก็คิดเอาก็แล้วกันว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

  แต่ถึงผู้ชายก็เถอะ  เอ้า !… ให้เต็มที่ด้วย  ถึงยังไงซะก็ไม่ควรเกิน 5 แก้วเหมือนกันแหละน่า

และทางที่ดี …  ขณะดวดน้ำเมาไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม  อย่างน้อยก็ขอให้ซดน้ำ ( ยิ่งเป็นน้ำชาได้ จะดีเข้าไปใหญ่เลย  เพราะสามารถช่วยผ่อนคลาย  พร้อมต้านการกดระบบประสาทของแอลกอฮอล์ได้    นอกจากนั้นแล้วยังจะช่วยยังยกระดับการทำงานของตับ  แล้วช่วยเร่งให้แอลกอฮอล์แยกสลายได้เร็วขึ้น  ระงับการดูดแอลกอฮอล์ของท่อไต  เร่งกระตุ้นให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ออกมาอย่างรวดเร็ว  จึงเป็นการลดอันตรายจากแอลกอฮอล์ที่ร่างกายดูดรับเข้าไป    เพื่อช่วยกระตุ้นประสาทให้ส่างเมา  ได้เหมือนกันนาทำเป็นเล่นไป )

ตามด้วยอาหารเข้าไปบ้าง  ยิ่งเป็นอาหารที่มีไขมันสูงในปริมาณไม่มากนักก็จะดี     เพื่อป้องกันการโจมตีท้องของคุณจากแอลกอฮอล์ได้  อะไรแบบนี้น่ะ

ที่สำคัญอย่าเผลอไปกินยาแก้ปวดอะเซตามิโนเฟน (  ACETAMINOPHEN )เข้าไปล่ะ  เพราะมันจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลเสียต่อตับอย่างมากเลยล่ะ   

 

อีกอย่างหลังจากนอนแล้วไม่ควรตั้งนาฬิกาปลุก   เพราะร่างกายต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ( 01.00 - 03.00 น. ควรเป็นเวลาหลับพักผ่อน  เพราะเป็นช่วงที่ตับจะหลั่งสารเอนเดอร์ฟิน  ( ENDORPHINE )  และช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมในการทานอาหารเลย …  จำเอาไว้ด้วย     เพราะตับจะเสื่อมเร็ว ไม่ใช่อะไรหรอก    ถ้าฝืนบ่อยๆ จะส่งผลทำให้ ตับทำงานหนัก  ทำให้สารพิษตกค้าง )

 

ตามปกติตับมีหน้าที่ขจัดสารพิษจากร่างกาย  และดูแลความงามของ  ผม  ขน  เล็บ   ช่วยหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ   ถ้าฝืนบ่อยๆตับจะทำงานหนัก  และทำให้มีสารพิษตกค้าง

และจริงๆแล้วเราควรนอนก่อน 23.00 น.ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นช่วงที่พลังชีวิต ( ลมปราณ ) ไหลผ่านถุงน้ำดี   ซึ่งเป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่หลั่งมาจากตับ  และเมื่ออวัยวะร่างกายขาดน้ำ  ก็จะดึงน้ำไปจากถุงน้ำดีนี่แหละ    ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลทำให้อารมณ์ฉุนเฉียว  สายตาเสื่อมลง  เหงือกบวม  ปวดฟัน   และจามตอนเช้า  เพราะถุงน้ำดีเชื่อมถึงปอดทำให้เกิดอาการปวดศรีษะข้างเดียง  หรือทั้งสองข้าง  โดยไม่ทราบสาเหตุ  นี่แหละถึงอยากให้รีบนอนก่อนที่จะถึงเวลานี้ไงล่ะ ) 

หลังตื่นนอนควรรับประทานอาหารเช้าที่มีไขมันสูง   เพื่อช่วยระงับอาการท้องใส้ที่ปั่นป่วน  หลายคนที่มีอาการเมาค้างมักจะไม่รู้สึกอยากกินอะไรเลย   

ดังนั้นคุณควรต้องบังคับตนเองกินให้ได้มากที่สุด   หากสามารถทำตามที่แนะนำได้  อาการเมาค้างก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณอีกต่อไปครับผม ! …

เอ้า! ท้ายสุดเรามาว่ากันด้วยสูตรของ  HANGOVER CLINIC ที่กลายเป็นค็อกเทลในตระกูลยอดฮิต ( โดยเฉพาะของพวกฝรั่งเค้า ) หลังเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง   ยิ่งเป็นคืนวันที่ 24 และ 31 ธันวาคม ช่วงตี 2 ไล่เรื่อยไปจนตี 4 ดีไม่ดีจะถึงตี 5 เอาซะด้วย ดูเอาเถอะ  เครื่องดื่มตระกูลนี้จะออกดีขนาดไหน  ต้องให้พวกเราไปดูกันเอาเอง 

BULLSHOT

VODKA ( วอดก้า ) 1 ออนซ์

CONSOMME 4 ออนซ์

[ ซุปเนื้อน้ำใสที่ประกอบด้วยเนื้อ/กระดูก ( บางทีก็มีผัก ) ร้อนหรือเย็นก็ได้   แต่ระยะหลังมานี่ดูแหมือนว่าขาดริ๊งค์จะนิยมดื่มเย็นกันน่ะครับ  ]

น้ำมะนาว ¼  ออนซ์

( อาจฝานมะนาวแล้วบากติดขอบแก้ว  กลายเป็นการประดับไปในตัว ส่วนคนที่ชอบรสเปรี้ยวจะได้บีบลงไปผสมในแก้วได้ด้วย )

WORCESTERSHIRE SAUCE ( ซอส ลี แอนด์ เพอร์รินส์ )

TABASCO ( ซอส ทาบาสโก้ )

SALT ( เกลือป่นเท 1 ครั้ง )

PEPPER ( พริกไทยป่นเท 1 ครั้ง )

 

ขั้นตอนในการทำ 

1.ใส่เกลือป่น พริกไทยป่น ซอสลีแอนด์เพอร์รินส์  ซอสทาบาสโก้ และซุปเนื้อน้ำใส ( ร้อนหรือเย็นตามใจชอบ )   ลงในแก้วโอลด์แฟชั่นด์

2.ใส่วอดก้า แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน

 

 

 

BLOODY MARY

VODKA ( ว้อดก้า ) 1 ออนซ์

TOMATO JUICE ( น้ำมะเขือเทศแช่เย็น ) 4 ออนซ์  

น้ำมะนาว ¼  ออนซ์

( อาจฝานมะนาวแล้วบากติดขอบแก้ว  กลายเป็นการประดับไปในตัว ส่วนคนที่ชอบรสเปรี้ยวจะได้บีบลงไปผสมในแก้วได้ด้วย )

WORCESTERSHIRE SAUCE ( ซอส ลี แอนด์ เพอร์รินส์ )

TABASCO  ( ซอส ทาบาสโก้  2-3 หยด )

SALT  ( เกลือป่นเท 1 ครั้ง )

PEPPER  ( พริกไทยป่นเท 1 ครั้ง )

CELERY ( ก้านคึ่นช่าย เลือกก้านค่อนข้างใหญ่และแข็งแรงหน่อยก็จะดี  โดยจะทำหน้าที่ทั้งเครื่องประดับ( garnish )  เป็นเครื่องมือในการคน  และเป็นเครื่องเคียงที่ใช้กัดกินแก้เอียนได้อีกด้วย )

OLD FASHION GLASS ( แก้วโอลด์แฟชั่นด์ )

ขั้นตอนในการทำ 

1.ใส่เกลือป่น พริกไทยป่น ซอสลีแอนด์เพอร์รินส์  ซอสทาบาสโก้ และน้ำมะเขือเทศแช่เย็น

2.ใส่ว้อดก้า แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน

3.เสิร์ฟพร้อมกับก้านคึ่นช่าย ( CELERY )

 

CANADIAN EYE

BEER ( LAGER )        เบียร์แช่เย็นจัด ( 6 – 8 เซนติเกรด )ในอัตราส่วน ½ ขวดเล็ก

TOMATO JUICE         ในอัตราส่วน ½ ขนาดเบียร์ขวดเล็กเช่นกัน

ขั้นตอนในการทำ 

เทส่วนผสมอัตราส่วนอย่างละครึ่งลงในแก้ว LONG DRINK  แล้วคนให้เข้ากัน ( ระวังอย่าให้มีฟองมาก  โดยเฉพาะยิ่งเป็นคนไทยมักไม่ค่อยชอบฟองกันสักเท่าไหร่นักหรอกครับ )

แล้วพบกันฉบับหน้ากับค็อกเทลที่น่าสนใจในอันดับต่อไปครับ  

Hangover Clinic

A recent survey shows that it takes an average of 3-4 drinks to cause hangover symptoms. The powerful reaction to alcoholic beverages can turn a night of celebration into a morning of misery. They can do their damage helping you wake up refreshed. The more alcohol you drink, the more likely you are to have a hangover the next day. But there’s no magic formula. A single alcoholic drink is enough to trigger a hangover for some people, while others may drink heavily and escape a hangover entirely. Try to eat something while you drink as for the much protein and carbohydrate can recover from alcohol-induced hypoglycemia, drink water a lot more since your body needs to rehydrate, go back to bed after party. Alcohol affects how well you sleep. You’ll need more in order to recover. However unpleasant, most hangovers go away on their own within 24 hours. If you choose to drink alcohol, doing so responsibly can help you avoid future hangovers.