ต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์และรัฐตำรวจ | Ronakorn: Thai SEO, SEM, SMM, SMO Service.

ต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์และรัฐตำรวจ

Filed Under (Politics) by ron on 12-03-2008

Ronakorn: Thai SEO, SEM, SMM, SMO Service. | Everything, Anything and Nothing

แถลงการณ์ฉบับที่ 3/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง “เคลื่อนไหวครั้งที่ 1 : ต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์และรัฐตำรวจ” ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2/2551 ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2551 แล้ว ได้ปรากฏว่ารัฐบาลยังคงแสดงพฤติกรรมเหิมเกริม ลุแก่อำนาจ ข่มขู่การเคลื่อนไหวของพี่น้องข้าราชการและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ดังปรากฏพฤติกรรมเป็นหลักฐานดังต่อไปนี้ประการแรก รัฐบาลนอมินีได้กระทำการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมก่อนถึงศาลจนได้ปรากฏเป็นที่ชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมได้ถูกแทรกแซง แทรกซึม และแทรกซื้อ จากอำนาจรัฐชนิดรวบรัดตัดตอนเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการฟอกความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายระบอบทักษิณ โดยเฉพาะการใช้อำนาจรัฐยึดกระบวนการยุติธรรมก่อนถึงศาล ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย และแกนนำพรรคพลังประชาชนให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ดังตัวอย่างที่ปรากฏต่อไปนี้ 1. มีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ที่มีความเกี่ยวพันกับการดำเนินคดี นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรในการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งจนอาจเป็นผลทำให้ต้องมีการยุบพรรคพลังประชาชน ให้พ้นจากตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 และกำลังจะโยกย้ายรองผู้บังคับการตำรวจท่านหนึ่งที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช เข้าไปทำหน้าที่แทน2. มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดีบุกรุกและครอบครองที่ดินกรณีเขากระโดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินสาธารณประโยชน์ในอำเภอสตึก ที่เกี่ยวโยงกับคนในครอบครัวชิดชอบบางคน นอกจากนี้ พ.ต.อ.สังวรณ์ยังทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ และกำลังตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ในขณะนี้ ให้ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2551 ในทางตรงกันข้าม กลับมีการโยกย้ายให้ พ.ต.อ.สมบัติ คงพิบูลย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ “คนในครอบครัวชิดชอบบางคน” ไปช่วยราชการในตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์แทน3.มีการเปิดตำแหน่งใหม่ในโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเตรียมโยกย้ายคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อให้มาควบคุมดูแลและสถาปนา “รัฐตำรวจ” กลับมาอีกครั้งหนึ่ง4.มีการแทรกแซง และทำลายความชอบธรรมของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และแทรกแซงสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อประโยชน์ต่อคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเข้าไปแทรกแซงในคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อช่วยเหลือการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งอย่างแจ้งชัด  เมื่อรวมกับพฤติกรรมของรัฐบาลนอมินี ในการโยกย้ายข้าราชการตามที่ได้มีการแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ ย่อมเป็นการตอกย้ำแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการแทรกแซง ครอบงำ และตัดตอนกระบวนการยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์แล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) สำนักงานอัยการสูงสุด และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการยุติธรรมก่อนถึงศาล ซึ่งสามารถทำให้พยานและหลักฐานมีน้ำหนักไม่เพียงพอในการลงโทษผู้กระทำความผิดได้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนไม่เคยปฏิเสธในการโยกย้ายข้าราชการเมื่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หากแต่การโยกย้ายข้าราชการของรัฐบาลชุดนี้กลับเต็มไปด้วยการกระทำที่ไร้ระบบคุณธรรม โดยมุ่งหวังการโยกย้ายข้าราชการเพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ตลอดจนพวกพ้อง ให้พ้นจากขั้นตอนการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพียงอย่างเดียวประการที่สอง มีความพยายามฟื้น “รัฐตำรวจ” อันน่าสะพรึงกลัว เหมือนกับเหตุการณ์ร่วมสมัยในยุค พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชน ฆ่าตัดตอน และกลั่นแกล้งคุกคามการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในทุกรูปแบบ รัฐบาลนอมินีและพรรคพลังประชาชน มักกล่าวอ้างว่า องค์กรอิสระ หรือข้าราชการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำความผิดในช่วงเวลาที่ผ่านนั้นไม่มีความชอบธรรมเพราะมาจากการรัฐประหาร ในขณะที่รัฐบาลนอมินีชุดนี้ก็เข้ามาสู่อำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาของการรัฐประหารเช่นเดียวกัน  แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลนอมินีเลือกใช้อำนาจทางกฎหมายเฉพาะส่วนที่ตัวเองได้ประโยชน์ ส่วนใดที่เสียประโยชน์ก็จะปฏิเสธกติกานั้นเสีย อันเป็นการกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องเท่านั้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน จึงได้มาประชุมกำหนดจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้ 1.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นปัญหาของแผ่นดินต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนเตรียมพร้อมเพื่อรับการคุกคามทุกรูปแบบจากรัฐตำรวจที่เกิดขึ้นแล้ว  เราขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เป็นน้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบกอย่าได้ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลนอมินีในการสร้างรัฐตำรวจ และใช้รัฐตำรวจในการคุกคามประชาชน  จึงขอเตือนสติไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ให้ยอมรับธรรมของพระพุทธเจ้าที่ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมีความไม่เที่ยงแท้ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะไม่มีอะไรที่อยู่คงทนตลอด” ดังนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ จึงควรทำสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และกล้าหาญ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนเพื่อเป็นเกียรติแต่วงศ์ตระกูล “วงษ์สุวรรณ” 2. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ แสดงความกล้าหาญดำเนินการเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคการเมืองที่กระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งและประพฤติตนเป็นนอมินีให้กับพรรคไทยรักไทยโดยเร็วที่สุด  3. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ขอเรียกร้องต่อพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อพัฒนาไปสู่สังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 4. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายฯ มีมติ “ให้เคลื่อนไหวครั้งที่ 1” โดยมอบหมายให้ให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินดำเนินการจัดการสัมมนารายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2551 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. เชิญขอเรียนเชิญพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์กรเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ภาคประชาชนต่อไป ทั้งนี้จะประกาศเปิดตัวคณะกรรมการตรวจสอบอำนาจรัฐทั้ง 5 คณะอย่างเป็นทางการในวันดังกล่าว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวในขณะนี้ คือ การสร้างเอกภาพ ความรับรู้ อย่างกว้างขวางว่า ปัญหาของชาติขณะนี้เกิดจากความขัดแย้ง 2 กระแส คือ1. กระแสฟื้นระบอบเผด็จการทุนนิยมสามานย์ โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทน2. กระแสต่อต้านระบอบเผด็จการทุนนิยมสามานย์ โดยมี พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และภาคประชาชนทั่วประเทศ เป็นตัวแทน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและองค์กรเครือข่ายพร้อมยืนหยัดอยู่ข้างกระแสต่อต้านระบอบเผด็จการทุนนิยมสามานย์ และพร้อมเคลื่อนไหวในทุก “รูปแบบ” ด้วยสันติวิธีภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ 2550  ด้วยจิตคารวะ  พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 12 มีนาคม 2551 

Related Posts

Post a comment