เบื้องหลังโลโก้บนถ้วยกาแฟ สตาร์บัคส์ก่อกระแสถกเถียง

Filed Under (Uncategorized) by ron on 22-06-2008

Ronakorn: Thai SEO, SEM, SMM, SMO Service. | Everything, Anything and Nothing

ก่อนและหลัง : ผมของไซเรนบนโลโก้สตาร์บัคส์ไม่ได้ยาวปิดอกจนกระทั่งบริษัทปรับดีไซน์ใหม่เมื่อเร็วๆนี้

“คุณล้อเล่นใช่ไหม? นี่เป็นแค่สัตว์ในตำนาน” นายสแตนลีย์ เฮนส์วอร์ธ อดีตรองประธานฝ่ายสร้างสรรค์ระดับโลกของสตาร์บัคส์ตอบ เมื่อนักข่าวถามว่าสตาร์บัคส์กำลังพยายามสร้างข่าวให้ตัวเองใช่ไหม ทั้งนี้เพราะเชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่นำโลโก้ดั้งเดิม ซึ่งเป็นภาพเงือกเปลือยอกกลับมาใช้อีกครั้ง “เราไม่ต้องการตกเป็นเป้าสังเกตในเรื่องนั้น เราต้องการบทสนทนาที่เกี่ยวกับกาแฟมากกว่า ไม่ใช่สรีระร่างกาย”

ในความเป็นจริง สิ่งที่เขาทำคือการดีไซน์โลโก้ใหม่ และทีมของนายเฮนล์วอร์ธก็พยายามหาคำสุภาพมาใช้เรียกร่างกายส่วนนั้น เพราะคงไม่ทุกคนที่รู้สึกสะดวกใจเมื่อได้ยินหรือใช้คำว่า “หัวนม” ในที่ทำงาน

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าสตาร์บัคส์ไม่ได้ตระหนักว่า แก้วกาแฟของพวกเขาจะนำมาสู่การถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เมื่อบริษัทตัดสินใจนำโลโก้แบบเก่ามาใช้ในการเปิดตัวกาแฟรสชาติ Pike Place

เดิมทีเหล่าผู้บริหารในบริษัทวางแผนนำโลโก้ดั้งเดิมมาใช้ทั่วประเทศเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ แต่พวกเขารู้สึกกังวลว่าเงือกไซเรนสองหางที่เปลือยอกอาจสร้างปัญหาให้กับร้านในพื้นที่ชนบท ดังนั้น บริษัทจึงจำกัดการใช้ตราโลโก้นี้เฉพาะในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม โรงเรียนประจำเขตแห่งหนึ่งในรัฐวอชิงตันได้ออกมาสั่งแบนแก้วสตาร์บัคส์ในช่วงที่มีการเสนอโปรโมชันพิเศษ เว้นเสียแต่ว่านักเรียนจะปิดภาพอกไซเรนด้วยถาดวางแก้วเสียก่อน

“เมื่อตอนที่เราฉลองครบรอบ 35 ปีในปี 2006 เราใช้โลโก้แบบเก่าซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ยังไม่เคยปรับปรุง และผลตอบรับกลับมาค่อนข้างมาก” นางบริเจ็ท เบเกอร์ โฆษกหญิงของสตาร์บัคส์กล่าว

หันเหความสนใจ

และในครั้งที่สองนี้ สตาร์บัคส์ปรับปรุงโลโก้อีกครั้งด้วยแนวทางที่แสดงให้เห็นว่าเราตระหนักถึงสิ่งที่ได้ยินจากลูกค้าในปี 2006″ เธอกล่าว

ผมของไซเรนทอดยาวลงมาคลุมบริเวณหน้าอก ทั้งนี้ ทีมงานพยายามปรับให้ช่วงลำตัวเงือกดูเพรียวกว่าเดิม รวมถึงปรับให้สีหน้าอารมณ์ให้ดูดุดันน้อยลง และเพิ่มความยาวของเส้นผม โดยภาพรวมแล้ว ทีมงานต้องการปรับดีไซน์ให้ดูสะอาดตามากขึ้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือการปรับเปลี่ยนรูปโฉมโดยแทบจะไม่มีใครสังเกตเห็น

ถึงกระนั้นก็ตาม แน่นอนว่าหลายคนรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

การดีไซน์โลโก้ใหม่กลายเป็นที่ถกเถียงกันในกลุ่มคริสเตียนชายขอบที่มีสมาชิก 3,000 คน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นบางส่วนเชื่อว่าสิ่งที่เห็นมีความหมายทางเพศแฝงอยู่ และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มศาสนาและผู้นำด้านสื่อของพวกเขาพบช่องทางนำเสนอข่าว ซึ่งพร้อมที่จะเปิดอภิปรายถึงสถานการณ์ความไม่พอใจของสมาชิกเหล่านี้

“ถ้าคุณแสดงความเห็นเกี่ยวกับโลโก้ของสตาร์บัคส์ ทุกอย่างจะกลายเป็นข่าวกระจายไปทั่ว นี่เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมาก” นายมาร์ค ไดซ์ ชาวเมืองวิสคอนซินวัย 30 ปีผู้เป็นแกนนำ Resistance Manifesto กล่าว ทั้งนี้ โฮมเพจขององค์กรแสดงรายชื่อสื่อและรายการต่างๆ ที่ผู้ก่อตั้งกลุ่มเคยไปปรากฏตัว ซึ่งรวมถึง รายการ “The O’Reilly Factor” หนังสือพิมพ์เดอะลอนดอน เทเลกราฟ และเดลี่ไทม์สของปากีสถาน เป็นต้น

นายไดซ์กล่าวว่า เขาได้รับผลตอบรับกลับมาเป็นจำนวนมาก เขาชี้ว่าได้รับจดหมายแสดงความเกลียดชังส่วนหนึ่งเช่นกัน แต่เขาก็พยายามที่จะขยายรายชื่อผู้รับจดหมายข่าวออกเขาเพิ่มอีก ทั้งนี้ สมาชิกในกระดานสนทนาออนไลน์ของเขามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่ามีจำนวนเท่าใด

“เราเคยเปิดประเด็นต่างๆ มากมาย แต่ไม่มีประเด็นใดที่เป็นที่สนใจมากเท่าประเด็นนี้” นายไดซ์กล่าว “ผลงานของเราครั้งนี้เป็นที่สนใจและแพร่กระจายไปทั่ว” (ตัวอย่างประเด็น เช่น องค์กรยืนกรานว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายในวันที่ 11 กันยายนเป็นแผนการลับของรัฐบาล และมหาวิทยาลัยดุ๊กควรเปลี่ยนชื่อตัวมาสคอตอย่าง Blue Devil ไปเป็นชื่ออื่นที่ไม่เป็นการท้าทายต่อกลุ่มคริสเตียน)

ตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์สั่งสมชื่อเสียงในฐานะองค์กรที่ยึดมั่นในคุณธรรมมาเสมอ ร้านสตาร์บัคส์โฆษณาว่าแนวปฏิบัติของร้านช่วยปรับปรุงสถานภาพของชาวไร่กาแฟในประเทศกำลังพัฒนา และบริษัทเคยสั่งห้ามอัลบัม “Devils and Dust” ของ เมื่อพบว่าเพลงแทร็คหนึ่งในอัลบั้มใช้ภาษาที่แสดงถึงความรุนแรงทางเพศมากเกินไป

อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับสตาร์บัคส์ในตอนนี้คือ การที่หลายๆ คนเข้าใจผิดว่าบริษัทเปลี่ยนมาใช้โลโก้นี้ตลอดไป อันที่จริง แก้วกาแฟรส Pike Place จะยังคงนำมาใช้อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเท่านั้น

โดย บิสิเนสไทย

Post a comment

You must be logged in to post a comment.